counter    
 
 

                     เทคนิคการดูแลเลี้ยงลูกกวาง

       การเลี้ยงกวางในปริมาณมาก ปัญหาหนึ่งของการเลี้ยง คือ การที่แม่กวางบางตัวไม่ยอมเลี้ยงลูกหลังจากตกลูกออกมา อาจจะเป็นสาเหตุจากนิสัยกวาง หรือตื่นเต้นตกใจง่าย หรือมดลูกอักเสบ (Metritis) หรือเต้านมอักเสบ (Mastitis) หรือไม่มีน้ำนม (Agalactia) ซึ่งถ้าจะพูดรวมว่ามดลูกอักเสบ เต้านมอักเสบ และไม่มีน้ำนม เรียกว่า MMA เป็นต้น  

       การนำลูกกวางมาดูแลเลี้ยงเอง ต้องคำนึงถึง  ชนิด ปริมาณ และความสะอาดของนมที่ใช้เลี้ยง ความอบอุ่น การออกกำลัง การเอาใจใส่เป็นพิเศษในการดูแลเลี้ยง  อาการเจ็บป่วยที่พบในลูกกวางแรกเกิดที่แยกออกมาเลี้ยงจนลูกกวางหย่านม (60 วัน) ที่พบบ่อยคือ อาการท้องผูก และ อาการท้องเสีย ซึ่งหากรักษาไม่ทันท่วงที  ลูกกวางจะอ่อนแอทรุดโทรม เป็นสาเหตุให้เกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม หากมีอาการรุนแรงก็จะทำให้ลูกกวางตายลงในที่สุด

        ลูกกวางที่ตกออกมา หากแม่กวางไม่เลี้ยง ให้รีบนำไปฝากแม่กวางตัวอื่นที่ตกลูกใกล้เคียงกันให้ดูแลเลี้ยงแทน  ถ้าหากว่าไม่สามารถนำไปฝากแม่กวางตัวอื่นได้ ก็ต้องหาวิธีที่จะให้ลูกกวางตกใหม่ ได้กินนมน้ำเหลือง (Colostrum) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นภูมิคุ้มกันโรคจากแม่ประมาณ 1-2 วัน โดยนำนมน้ำเหลืองจากแม่โค แม่กระบือที่ตกลูกใหม่ หรือจัดเตรียมนมน้ำเหลืองทดแทน  และต้องดูแลบริเวณสะดือลูกกวางให้ดี โดยการทาทิงเจอร์ไอโอดีน  และฉีดเพ็นไดเสตรป  ป้องกันการอักเสบขนาด 20,000 ยูนิตต่อกิโลกรัม  หลังคลอดประมาณ 12 ชั่วโมง
  
ส่วนผสมของการจัดเตรียมนมน้ำเหลืองทดแทน

ส่วนประกอบ

ปริมาณ

                 นมโคพลาสเจอร์ไรซ์

                0.7 ลิตร

ไข่แดง

  1 ฟอง

น้ำมันตับปลา

  1 ช้อนชา

น้ำตาลกลูโคส

  1 ช้อนโต๊ะ

         นำส่วนผสมเหล่านี้มาคนให้เป็นเนื้อเดียวกันผสมซัลฟานาไมด์ 1 ช้อนชา นำไปเลี้ยงลูกกวางในช่วง 1-5 วันแรก จนถึงอายุประมาณ 4 สัปดาห์
อาหารที่ใช้เลี้ยงลูกกวางในช่วง 3 วันแรก ถึง 1 เดือน  ควรเลี้ยงด้วยนมโคชนิดจืดบรรจุกล่อง หรือนมโคที่รีดสด ใส่ในขวดนมที่นึ่งผ่านการฆ่าเชื้อในปริมาณนม 2-3 ออนซ์ นำไปอุ่นให้ได้อุณหภูมิ 37-38 องศาเซลเซียส (อุณหภูมิร่างกายกวาง) ประคองจับลูกกวาง หรือให้ลูกกวางยืนกิน โดยให้หัวนมเอียงประมาณ 45 องศากับปาก รูหัวนมไม่ใหญ่เกินไปจนทำให้ลูกกวางสำลักนม ( หากลูกกวางไม่ยอมกินนม ต้องพยายามให้กินโดยนำน้ำนมไปแตะที่จมูกและให้ลูกกวางเลียกินจนคุ้นกับนม )  เมื่อยอมกินก็จะให้กินครั้งละน้อยแต่บ่อยครั้งในช่วงแรก ๆ ลูกกวางอาจกิน 1 ออนซ์  ช่วงนี้จะให้บ่อย ประมาณ 1 ชั่วโมงต่อครั้ง  จนถึงเวลา 18.00 น. ก็จะหยุดให้ (ฝึกเพื่อให้สะดวกต่อการจัดการ) เมื่อลูกกวางมีอายุมากขึ้น การให้นมแต่ละครั้งจะเพิ่มปริมาณนมขึ้นเป็น 5 ออนซ์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการให้  ถ้าขณะกำลังให้นมอยู่ลูกกวางเบือนหน้าหนีจากหัวนม ก็แสดงว่าไม่ต้องการนมแล้ว (ผู้เลี้ยงต้องคอยสังเกตว่ากินน้ำนมไปจำนวนเท่าไรต่อครั้ง) ความถี่ของการให้นมก็จะห่างออกเป็น 2 หรือ 3 หรือ 4 ชั่วโมงต่อครั้ง การให้นมจะให้จนถึงเวลา 18.00 น. 

         จากนั้นเมื่อลูกกวางอายุ 1 เดือน-หย่านม (2 เดือน) จำนวนนมที่ให้ในแต่ละครั้งก็เพิ่มมากขึ้นจนถึง 8 ออนซ์ ต่อครั้ง  ในช่วงนี้มีการฝึกให้กินกล้วยและหญ้าสลับกันไปกับนม โดยการนำกล้วยมาขูดและป้อนให้กิน การให้หญ้าก็จะนำยอดหญ้าอ่อนมาวางไว้ให้กินเอง   จากนั้นก่อนหย่านม 1 สัปดาห์   จะลดการให้นมเหลือเพียง 2 ครั้ง  คือ เช้าและเย็น ช่วงกลางวันจะเสริมด้วย กล้วย หญ้า และอาหารข้น  (อาหารลูกโค)  เมื่อลูกกวางปรับตัวกับการกินหญ้า นมและอาหารข้นได้แล้วก็จะหย่านม (ประมาณ 2 เดือน)

          บริเวณที่นอนควรเป็นที่แห้ง ลมไม่โกรก กันฝน และให้ความอบอุ่น โดยการใช้ฟางหญ้าที่แห้งสะอาดไม่มี เห็บ เหา ไร นำมาปูรองพื้น หากอากาศหนาวควรมีไฟกกในตอนกลางคืน  โดยใช้หลอดไฟกลมขนาด 100 วัตต์  พ่นสีแดงที่หลอดไฟ  เพื่อป้องกันสายตาของลูกกวางจากการมองหลอดไฟ และบริเวณที่นอนต้องแข็งแรงพอที่จะป้องกันสุนัขหรือศัตรูจากภายนอกเข้ามาทำอันตรายได้

         คอกเลี้ยงลูกกวาง  ต้องมีพื้นที่เพียงพอที่จะให้ลูกกวางได้เดิน-วิ่งออกกำลัง  มีที่ให้พักผ่อน  และทำกิจกรรมต่างๆได้  เพื่อให้ลูกกวางได้วิ่งออกกำลัง  ช่วยระบบการย่อยอาหาร  ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง และคลายเครียดให้ลูกกวาง   ควรใช้ขนาดพื้นที่ กว้างประมาณ 2 เมตร ยาว 5 เมตร    ภายในคอกมีน้ำสะอาดและก้อนเกลือแร่ตั้งไว้ให้กินตลอดเวลาตามต้องการ  เมื่อลูกกวางมีอายุ 3 เดือน ให้ถ่ายพยาธิภายในและภายนอกจากนั้นให้ถ่ายพยาธิทุก 6 เดือน

          อาการเจ็บป่วยที่พบบ่อยในช่วงให้นมคือ อาการท้องผูก และอาการท้องเสีย อาการท้องผูก อาจเกิดจากการที่ขาดน้ำ หรือเกิดภาวะเครียด หรือขาดการออกกำลัง  อาการที่พบจะแสดงอาการปวดเบ่ง เกร็ง  ขณะถ่ายอุจจาระ ถ่ายยาก อุจจาระเป็นก้อนแข็งแห้งคาอยู่ที่ทวารหนัก  ถ้าแข็งมากจะมีเลือดติดออกมา ลูกกวางจะไม่กินนม และน้ำ เป็นสาเหตุให้โรคอื่นเข้ามาแทรกซ้อนและทำให้ลูกกวางตายได้ 

          การดูแลป้องกันรักษา เริ่มแรกเมื่อพบอาการควรเลียนแบบจากธรรมชาติที่แม่กวางเลี้ยงลูก คือขณะที่ลูกกินนม แม่กวางจะเลียบริเวณท้องน้อยและบริเวณทวารหนัก เพื่อเป็นการกระตุ้นระบบขับถ่ายให้ลูกกวาง  ดังนั้นในกรณีที่ลูกกวางมีอาการท้องผูกยังไม่รุนแรง  ผู้เลี้ยงควรใช้สำลีสะอาดชุบน้ำอุ่นเช็ดบริเวณทวารหนักและบริเวณท้องน้อย ของลูกกวางอย่างเบา ๆ จะเป็นการช่วยกระตุ้นระบบการขับถ่ายให้ลูกกวางได้  พร้อมทั้งการช่วยเสริมอาหารที่มีเยื่อใยจะช่วยระบายได้ เช่น มะละกอ หรือกล้วย ด้วยการขูดให้กินทีละนิด   หากมีอาการท้องผูกรุนแรงต้องทำการสวนเอาอุจจาระออกโดยใช้ลูกสวนชนิดที่ใช้กับคน หรือใช้พาราฟินเหลว (Liquid parafin) สวนและป้อนให้กิน 
           อาการท้องเสีย  เกิดจากการผิดปกติของระบบการย่อยอาหาร  สาเหตุอาจเกิดจาก การเปลี่ยนชนิดของนมอย่างรวดเร็ว หรือนมบูดเสีย หรือการเตรียมอุปกรณ์ให้นมไม่สะอาด เช่นขวดนมหรือหัวจุกนมไม่ล้าง  หรือไม่ต้มฆ่าเชื้อ หรือการไม่อุ่นนมให้กิน รวมทั้งการเก็บอุปกรณ์และเก็บนมที่เหลือภายในวันนั้นไม่ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล   การท้องเสียหากอุจจาระไม่มีกลิ่นเหม็น  สาเหตุเกิดจากน้ำนม ควรหยุดนมภายใน 24 ชั่วโมง หรือไม่ก็ลดความเข้มข้นของนมให้น้อยลงประมาณ 50 % จากเดิมที่เคยให้ เช่น เคยให้น้ำนม 4 ออนซ์ ต่อครั้ง  ก็เปลี่ยนเป็นให้น้ำนม 2 ออนซ์ผสมน้ำอุ่น 2 ออนซ์ รวมเป็นน้ำนม 4 ออนซ์ ต่อครั้งเป็นต้น  หรือให้สารละลายคาร์โอลินเพคติน  เพื่อป้องกันการขาดน้ำและอาหารจนกว่าการถ่ายอุจจาระจะดีขึ้น หากสาเหตุท้องเสียเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย อุจจาระจะมีกลิ่นเหม็น   หากไม่ทำการรักษา  อาจมีมูกเลือดปนออกมา  แสดงว่าลำไส้เป็นแผล  ลูกกวางจะอ่อนเพลียเนื่องจากสูญเสียน้ำมากและตายลงได้ ต้องรีบปรึกษาสัตวแพทย์ทันที

           ลูกกวางในช่วงแรกเกิดจนถึงอายุประมาณ 6 เดือน เป็นช่วงที่ร่างกายของลูกกวางยังมีภูมิคุ้มกันที่ไม่ดีพอ ดังนั้นควรระมัดระวังในช่วงของการเปลี่ยนฤดู  เช่น จากฤดูฝนมาเป็นฤดูหนาว  ซึ่งหากลูกกวางแสดงอาการอ้าปากหายใจ  หรืออาการคล้ายปอดอักเสบ  หรืออุณหภูมิร่างกายสูงถึง 106 องศาฟาเรนไฮต์ (อุณหภูมิร่างกายสัตว์ปกติประมาณ 100 องศาฟาเรนไฮต์)  แสดงว่ามีไข้ขึ้นสูง หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีก็จะตาย สาเหตุเกิดจากอากาศเปลี่ยนแปลง  ร่างกายอ่อนแอ  ติดเชื้อโรคแทรกซ้อนปอดอักเสบ  ซึ่งโรคมีการแพร่กระจายทางอากาศ

            การรักษา ให้ยาเจนตามัยซิน (Gentamycin) ขนาด 1 ซีซี ต่อน้ำหนักสัตว์ 10 ก.ก. ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ  และให้ยาอ๊อกซี่เตตราไซครีน (Oxytetra cycline ) ขนาด 1 ซีซี ต่อน้ำหนักสัตว์ 10 ก.ก  ฉีดเข้ากล้ามเนื้ออีกบริเวณหนึ่ง  ในระยะเวลา 3-5 วัน  จนอาการทุเลาและดีขึ้นตามลำดับจนปกติ  หากไม่ดีขึ้น หลังจากฉีดยาไปแล้ว 3-5 วัน ให้จดบันทึกอาการ และปรึกษาสัตวแพทย์โดยเร็ว เพื่อรักษาต่อไป 
 

 
© 2009 www.nanadeer.com All Rights Reserved.